เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายอัครวัฒน์ ศุภเลิศวรานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมสัมมนาเพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO) และเครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหารของส่วนราชการ ในธีม “Digital & Open Gov : ผสานพลังเครือข่ายดิจิทัล สู่มิติใหม่ของภาครัฐที่เปิดกว้าง” จัดโดยสำนักงาน ก.พ.ร. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
เปิดการอบรมและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ความท้าทาย ทิศทาง และมาตรการสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทย โดยนายณัฏฐา พาชัยยุทธ (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.)
ความท้าทายและแนวโน้ม : ภาครัฐต้องเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงโลก และปรับตัวตาม 9 แนวโน้มเพื่อยกระดับบริการและคุณภาพชีวิตประชาชน
บทบาทรัฐยุคใหม่ : ปรับเปลี่ยนสู่การเป็นทั้งผู้วางนโยบาย ผู้ชี้นำสังคม ผู้สื่อสาร ผู้ให้บริการ และผู้กำกับดูแลอย่างสมดุล การยกระดับ e-Service : เร่งพัฒนางานบริการสู่รูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จและเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มกลางเพื่อลดขั้นตอนการจัดการข้อมูลและกฎหมาย : ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Data Catalog ควบคู่กับการใช้ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567 – 2570) : มุ่งสร้างภาครัฐที่ล้ำหน้าและเปิดกว้าง โดยตั้งเป้าหมาย (1) ความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (2) ผลักดันดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGDI) สู่อันดับ 40 ของโลก (3) ผลักดันอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD) ด้านประสิทธิภาพภาครัฐ ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 20
Agentic AI สำหรับหน่วยงานภาครัฐ โดยนายสันติพงษ์ ไทยประยูร (ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC))
– วิวัฒนาการและกลไก Agentic AI คือ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำเองแบบครบวงจร (End-to-End) ผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอน ตั้งแต่รับข้อมูลจนถึงประเมินผล
– กรณีศึกษาต่างประเทศ เอสโตเนียใช้ระบบ Bürokratt ทำงานข้ามหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ และสิงคโปร์ใช้ Agent “Bobbi” ช่วยตำรวจตอบคำถามประชาชนสำเร็จถึง 82%
– การประยุกต์ใช้ในไทย นำมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานสารบรรณ การจัดซื้อจัดจ้าง อนุมัติใบอนุญาตเบ็ดเสร็จ และจัดสวัสดิการเชิงรุก ลดเวลาทำงานจาก 30 วันเหลือเพียง 1 – 3 วัน
– แนวทางและ Roadmap สำหรับภาครัฐไทย ต่อยอดจากฐานข้อมูลเดิม (ThaID, DGA Platform) ขับเคลื่อนผ่าน 4 ระยะ คือ ค้นหาจุดคุ้มทุน (Identify), ทดสอบ (Sandbox), ให้มนุษย์กำกับ (Human-in-the-Loop) และขยายผล (Scale)
– ประสิทธิภาพของ AI เริ่มต้นจากคุณภาพข้อมูล เพื่อมุ่งสู่การบริการที่ผสานความเร็วของ AI และความเข้าอกเข้าใจของมนุษย์
AI Trend 2026 โดยนางชนิกานต์ โปรณานันท์ (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจภาครัฐ และภาคการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด)
– การมุ่งสู่ภาครัฐอัจฉริยะ : AI กำลังขับเคลื่อนระบบราชการสู่ “Frontier Government” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ทั่วไป แต่คือ รัฐบาลที่คล่องตัว น่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก (Agile, trusted, AI-first government) ซึ่งมีการพัฒนาบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
– การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี : แนวโน้มของ AI กำลังเปลี่ยนจากยุค Chat Model เข้าสู่ยุค Reasoning Model ที่สามารถคิดวิเคราะห์ ให้เหตุผล และเรียนรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
– พัฒนาการ 3 ระยะของการทำงาน : รูปแบบการทำงานจะก้าวจากการใช้ AI เป็นผู้ช่วย สู่ยุคที่มนุษย์กำกับดูแล AI Agents และขั้นสูงสุดคือมนุษย์กำหนดทิศทางให้ AI บริหารงานอัตโนมัติทั้งระบบ
– ประสิทธิภาพของ AI Agents : ระบบสามารถทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การสืบค้นและทำรายงานกว่า 50 ขั้นตอนได้ภายในเวลาเพียง 4 นาที ภายใต้ระบบธรรมาภิบาล
– การประยุกต์ใช้ในภาครัฐไทย : มีการริเริ่มโครงการที่ใช้ AI Agents แล้วหลายด้าน เช่น SMART VILLAGE SOLVER, BulletProof AI และ AI-DIN Smart Advisor เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน
แนวทางการทบทวนตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยนางสาวณฐิณี สงกุมาร (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.) และ นางสาวธนพร ทับสุพรรณ (นักพัฒนาระบบราชการชำนาญการพิเศษ)
– ปรับโครงสร้าง Strategic KPIs และ Monitor KPIs ให้เชื่อมโยงแผนแม่บท แผนพัฒนาฯ และยุทธศาสตร์งบประมาณ
– เน้นตัวชี้วัดผลกระทบจริง (Impact - Based KPIs)
– กำหนดตัวชี้วัดร่วม (Joint KPIs) ไม่เกิน 5 ตัว
– เกณฑ์ประเมิน Performance Base 70% และ Potential Base 30%
การเข้าเป็นสมาชิก OGP และการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ของประเทศไทย โดยนายธนศักดิ์ มังกโรทัย (รองเลขาธิการ ก.พ.ร.) และนางสาวกนกพร ศรีวิทยา (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบราชการ)
– ประเทศไทยได้รับการรับรองร่วมเป็นสมาชิก Open Government Partnership (OGP)
– ประเด็นหลักของ NAP:
(1) ต่อต้านคอร์รัปชัน
(2) ความยุติธรรม
(3) สภาพภูมิอากาศ–สิ่งแวดล้อม
(4) ข้อมูลการคลัง
(5) การเปิดพื้นที่พลเมือง
– มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับทุกภาคส่วนในหลายจังหวัด (เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น ฯลฯ)
กิจกรรม Workshop : “การทำงานร่วมกันของเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ” โดย ดร.จารุวรรณ ยอดระฆัง และทีมวิทยากร
– กิจกรรมที่ 1 : Networking Cards เปิดเวทีแลกเปลี่ยน โดยให้ผู้เข้าร่วมเลือกการ์ดสะท้อน “ความเป็นเครือข่าย” พร้อมแชร์ประสบการณ์ ความสำเร็จ และอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน
– กิจกรรมที่ 2 : PIN ปลดล็อกความคิด พิชิตเป้าหมาย ใช้สถานการณ์จำลองเพื่อให้ผู้เข้าร่วมร่วมมือ ร่วมคิด และบริหารสถานการณ์ภายใต้เวลาจำกัด ผ่านทักษะการสื่อสารและการคิดเชิงระบบ
ทั้งสองกิจกรรมสะท้อนภาพการทำงานจริงของเครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหารที่ต้องผสานการสื่อสาร การบริหารงานช่วงวิกฤต และการประสานงานข้ามหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป ระบบราชการไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ใช้ Agentic AI และข้อมูลเชิงลึก เปิดกว้างการมีส่วนร่วม ยกระดับความโปร่งใส ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุม >> https://eoffice.opdc.go.th/l/d114d0b5
#เครือข่ายกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร #กพบ